เที่ยวทะเลคนเดียว เอาหัวใจที่ถูกเขาทำร้าย ไปฝังไว้ใต้ผืนทรายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

เที่ยวทะเลคนเดียว

เที่ยวทะเลคนเดียว ถึงแม้ว่าน้ำตาจะไม่เค็มเท่าน้ำทะเล แต่น้ำตาทุกหยดที่มันไหลออกมาจากหัวใจ ก็อาจจะทำให้น้ำในทะเลที่กว้างใหญ่จืดไปได้เหมือนกัน

เที่ยวทะเลคนเดียว กับสำนวนคำพูดที่ว่า การไปเที่ยวทะเล แค่เพียงลำพังนั้น ก็มีเหตุผลกัน อยู่แค่สองอย่างนั่นก็คือ ถ้าไม่หนีร้อนก็หนีรัก ซึ่งก็เหมือนว่า จะเป็นความจริง ที่คนอกช้ำๆ พยายามจะปฏิเสธ ในเรื่องของคำพูดนี้ เมื่อยามที่มีคนถามไถ่ มาโดยตลอด

กับใบหน้าที่พยายามจะฝืนยิ้ม และคำพูดที่ออกจากปากว่าไม่เป็นอะไร มันก็คือคำโกหก เพราะไม่อยากจะให้ใคร มีความรู้สึก ที่เป็นห่วงคุณใช่หรือไม่

ตอนที่พูดออกไป ก็ต้องกลั้นหายใจแทบตาย เพราะกลัวว่าน้ำตา จะไหลออกมาประจานความจริง ที่อยู่ในหัวใจ ก็เพราะว่าคุณ ชอบที่จะทำให้คนอื่น มีความสุขมากกว่าที่จะให้ คนพวกนั้นต้องมารู้สึกเศร้า ไปกับความรู้สึก ที่แท้จริงของคุณ

ในบางครั้งเรื่องราว ในชีวิตของเราบางอย่าง ก็เหมาะที่จะเก็บเอาไว้ ให้มันเจ็บในใจ เพียงแค่ลำพัง ซึ่งมันก็จะดีกว่าการที่จะไปบอกเล่า ให้กับใครสักคนได้รับรู้ แต่เขาก็ไม่ได้เข้าใจ ในความรู้สึกที่แท้จริง ในใจของตัวเรานั่นเอง

การอยู่กับตัวเอง เพื่อทบทวนในเรื่องราว ของสิ่งที่ได้เกิดขึ้น ก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่สามารถจะทำให้ แผลในใจนั้นแห้งลง โดยวันเวลา ก็จะเป็นยาขนานเอก ที่จะทำให้แผลนั้นได้หายสนิท ไม่ต้องกลายเป็นแผลเป็น ที่ติดอยู่ในใจไปจนตาย

แต่ถ้าการอยู่กับตัวเอง ภายในห้องนอน ที่เปรียบเสมือนกับกรอบสี่เหลี่ยม ที่มันได้ขังความเศร้า ของคุณเอาไว้อย่างนั้น ไม่สามารถที่จะเยียวยา ความรู้สึกของคุณ ให้พลิกฟื้นคืนกลับมา ดีดังเดิมได้ การเดินทางไปยังสถานสักแห่งหนึ่ง ก็น่าจะเป็นการดีกว่า

แล้วสถานที่แห่งไหนกัน ที่คนที่เขา มีหัวใจที่เปียกน้ำตา จะเดินทางไปพัก เพื่อรวบรวมกำลังใจ ในการจะกลับมา ลุกยืนขึ้นอย่างเข้มแข็ง ได้ใหม่อีกครั้ง หลายคนอาจก็อาจจะมีจุดหมาย แต่สำหรับคนที่ต้องการ จะใช้เสียงของคลื่นลม มากลบเสียงสะอื้นในใจ ขอให้โปรดฟังทางนี้

เที่ยวทะเลคนเดียว คุณคือคนที่เพิ่งจะถูกคนใจดำทำลายหัวใจจนยับย่อยมาใช่หรือไม่? คุณคือคนที่กำลังต้องการที่จะใช้ธรรมชาติอันสวยงาม เพื่อรักษาแผลใจใช่หรือเปล่า? เตรียมเก็บกระเป๋าเดินทาง แล้วออกไปให้ลมทะเล ช่วยเป่าน้ำตาของคุณให้แห้งด้วยกันเถอะ

ขึ้นชื่อว่าทะเล ก็ถือว่ามันคือ สถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นที่ชื่นชอบของใคร หลายต่อหลายคน ซึ่งคนที่จะเดินทาง ไปท่องเที่ยวชายทะเล ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็น ลักษณะของครอบครัว หรือกลุ่มของเพื่อนฝูง ที่เดินทางไปเพื่อ การเฮฮาปาร์ตี้ตามปกติ

แต่คุณเชื่อหรือไม่ ว่าทะเลนั้นจะมีคุณสมบัติพิเศษ อยู่อย่างหนึ่งนั่นก็คือ มันเป็นสถานที่ ที่สามารถจะรองรับ ทุกความรู้สึกของ ผู้ที่ได้เดินทางไปหามันได้ ไม่ว่าคุณจะทุกข์หรือสุข จะยิ้มหรือเศร้า จะหัวเราะหรือร้องไห้ ท้องทะเลก็จะเป็นเพื่อน ที่ดีที่สุดของคุณเสมอ

ด้วยความงดงาม อย่างเป็นธรรมชาติของมัน จะเป็นสิ่งที่มาช่วยปลอบประโลม ความทุกข์ทั้งหมด ที่อยู่ภายในใจของคุณ เปรียบเสมือนดั่งเพื่อน ที่คอยโอบไหล่ให้กำลังใจ โดยที่ไม่มีคำเอื้อนเอ่ยใดๆ ให้คุณได้ยินเลย แม้สักคำเดียว

ซึ่งท้องทะเลก็จะทำหน้าที่ โอบกอดตัวคุณ สายลมที่พัดมา ก็จะช่วยพัดพา เอาคราบน้ำตา ที่สองข้างแก้มของคุณนั้นจางหายไป ผืนทรายที่คุณยืนเหยียบอยู่ มันก็ลึกมากพอที่จะใช้ฝังกลบ ความทรงจำอันเลวร้าย ที่เกี่ยวข้องกับคนที่ ไม่เคยเห็นคุณค่าในตัวของคุณ ได้เป็นอย่างดี

เพียงแค่คุณก้าวเท้า เดินออกมาจากที่ ที่คุณเคยยืนอยู่ แล้วออกเดินอีกครั้ง โดยมีจุดหมายเป็นท้องทะเล ที่คุณมีความรู้สึกไว้ใจ ว่ามันจะไม่ทำสิ่งร้ายๆ กับคุณ เหมือนกับที่เขาคนนั้นเคยได้ทำ แล้วเราก็จะออกไป ชาร์จพลังชีวิตไปพร้อมกัน

เหล่าบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล ที่คนหัวใจบอบช้ำจำนวนมาก นิยมที่จะเดินทางไปพักกายพักใจ ให้ธรรมชาติเยียวยากันอย่างมีเหตุผล

1. เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

นี่คือเกาะอันสวยงาม ซึ่งมีพิกัดที่ตั้ง อยู่กลางทะเลอันดามัน อันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ ธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่ สามารถที่จะเยียวยาหัวใจ ของทุกคนที่เดินทาง มาถึงที่นี่ ได้เป็นอย่างดี

มันเป็นเกาะขนาดเล็ก ที่มีความสวยงาม ที่ถูกจัดอยู่ในอันดับโลก ของจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นพิกัดใต้สุด ของทะเลอันดามันนั้นเอง โดยสีของน้ำทะเล ถือว่าเป็นเสน่ห์อันเย้ายวน ของเกาะแห่งนี้ และมันก็สวยพอ ที่จะทำให้หัวใจของคุณ รู้สึกชุ่มชื่น ขึ้นมาอีกครั้ง

หาดทรายขาวละเอียด ราวกับผงแป้ง ที่ทอดตัวยาว ไปตามส่วนโค้งของรูปเกาะ จะมอบความรู้สึกที่อบอุ่น และเป็นอิสระ ให้กับคุณเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความงดงาม ของแนวปะการัง ในโลกใต้ท้องทะเลของที่นี่ จะชดเชยความรู้สึก ที่คุณสูญเสียไป ได้เป็นอย่างดี

ชายหาดที่มีความสวยงาม และมีความสำคัญ บนเกาะแห่งนี้ จะมีด้วยกันอยู่ สามชายหาดนั่นก็คือ ” หาดพัทยา “ หรือในอีกชื่อหนึ่ง นั่นก็คือหาด บันดาหยา “ , ” หาดซันไรซ์ “ หรือชื่อที่เรียกกันว่า ” หาดชาวเล “ และ ” หาดซันเซต “ ซึ่งชายหาดแห่งนี้ จะเป็นจุดชมวิวของพระอาทิตย์ ที่ตกลงสู่ท้องทะเลอันดามัน ที่งดงามที่สุด

2. เกาะพยาม จังหวัดระนอง

สำหรับเกาะที่มี ความสวยงามล้ำค่าแห่งนี้ เป็นเกาะที่ได้รับฉายาว่าเป็น มัลดีฟส์เมืองไทย “ ซึ่งมีพื้นที่เล็กกว่าเกาะช้าง ลงมาเพียงเล็กน้อย และมันเป็นเกาะ ที่ได้รับความนิยม จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เกาะหนึ่งของจังหวัดระนองประเทศไทย

การที่มันได้รับฉายาดังกล่าว ก็เนื่องจากว่า ในบริเวณพื้นที่ของ ” BlueSky Resort “ ซึ่งเป็นสถานที่พักตากอากาศ ที่มีชื่อเสียง แห่งหนึ่งของเกาะนั้น ได้รับการออกแบบ และดำเนินการก่อสร้างขึ้น โดยมีความละม้าย คล้ายคลึงกันกับรีสอร์ทที่พัก ของเกาะมัลดีฟส์นั่นเอง

โดยเกาะแห่งนี้ จะมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการ จะล้มตัวลงนอนบนผืนทราย แล้วมองดูท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ปลดปล่อยอารมณ์ให้ปลิวไหว ไปตามธรรมชาติ สามารถสร้างความเงียบสงบ ให้กับจิตใจ ได้ดีเป็นอย่างยิ่ง

อีกทั้งลักษณะ ภูมิประเทศของเกาะ ที่มีทั้งภูเขา และป่าชายเลน มันจึงได้ชื่อว่า เป็นเกาะที่มี ความหลากหลายทางธรรมชาติ อยู่เป็นอย่างมาก โดยไม่ว่าคุณ จะเดินทางไปเยือนสักกี่ครั้ง ก็ไม่มีวันที่คุณ จะรู้สึกเบื่อหน่าย กับมันได้เลย

3. หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

ลักษณะภูมิประเทศ ของสถานที่แห่งนี้ จะเป็นในลักษณะของ หมู่เกาะขนาดเล็ก ที่มีพิกัดที่ตั้ง อยู่ในส่วนหนึ่ง ของจังหวัดกระบี่ แล้วด้วยการที่มันเป็นเกาะ ที่มีความเพียบพร้อมไปด้วย ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ผับบาร์ และสิ่งอำนวยความสะดวก แบบเต็มรูปแบบ

มันก็น่าจะเป็นสถานที่ ที่จะช่วยให้คุณ ได้หลุดพ้นจาก ความทุกข์กังวลทั้งปวง ได้อย่างเป็นปลิดทิ้ง โดยจุดชมวิวที่มีความสวยงาม ซึ่งมีนักท่องเที่ยว นิยมเดินทางไปเยี่ยมชม กันเป็นจำนวนมากนั่นก็คือ จุดชมวิวพีพีดอน “

แล้วจุดที่มี ความสวยงามของธรรมชาติ อันน่าประทับใจ ของเกาะขนาดเล็ก อีกเป็นจำนวน 6 เกาะ ซึ่งการเดินทางไปเยี่ยมชมธรรมชาติ อันสวยงามของเกาะต่างๆ

ก็จะสามารถช่วยคุณ ลืมเรื่องราวที่เป็น ความทุกข์ในใจ ได้จนหมดสิ้น และเมื่อถึงวันที่คุณ จะต้องกลับไป คุณก็จะสามารถโอบกอดตัวเอง ได้เหมือนอย่างกับที่ท้องทะเล ได้โอบกอดคุณ ในตอนที่คุณ ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นั่นเอง

Artist Em

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น